ไม่ได้รายงานสภาพชีวิตเสียนานเลยล่ะคับ ท่านผู้อ่านสุดเลิฟ

ช่วงนี้ชีวิตผมออกจะยุ่งอยู่บ้าง สืบเนื่องจากการตระเตรียมการวางแผนต่างๆ ในอนาคต

จู่ ๆ จะเดินทางโดยไม่มีแผนที่กับเข็มทิศ มีแต่จะหลงเข้าป่าเท่านั้น

วันนี้ 16 กุมภาพันธ์ 2551 เป็นวันสุดท้ายของชีวิตพนักงานประจำครับ ก่อนหน้านี้ ผมได้ไปเซ็นใบลาออกกับหัวหน้างานเรียบร้อย เพราะฉะนั้น ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไป สเต็ปในการดำรงชีวิตผมจะเปลี่ยนไปตลอดกาล หน้ามือเป็นหลังทีนส์เลยก็ว่าได้

สาเหตุใหญ่ที่ผมจำเป็นต้องออกจากงานประจำที่ทำอยู่ ก็เพื่อแบ่งเวลาครึ่งวัน อุทิศเวลานี้เพื่อการซ้อมดนตรีโดยเฉพาะ ตอนนี้ผมหางานพาร์ตไทม์ที่สามารถทำได้ครึ่งวันแล้วล่ะครับ หลายๆ ท่านก็มักจะแสดงความเป็นห่วง (?)

ทำไมถึงได้ออกล่ะ งานที่ทำอยู่ก็เงินดีอยู่แล้วนี่ ออกไปทำงานพาร์ตไทม์ ไม่กลัวเงินไม่พอหรอ ชีวิตมันไม่มั่นคงนะ คิดดีแล้วหรอ โดนล้างสมองรึปล่าว ทำอะไรได้ไตร่ตรองดีแล้วหรอ...

ผมรักในหลวงก็ตอนนี้ล่ะครับ ความจริงแล้ว หลักเศรษฐกิจพอเพียง อาจไม่ได้เน้นเพียงการกินอยู่อย่างพอดีแก่ฐานะ ไม่ละโมภโลบมากเื้ท่านั้น แต่รวมไปถึง ความสุขในการดำเนินชีวิตตามอัตภาพ ด้วยต่างหาก

ผมยอมอยู่อย่างพอดี ๆ ไม่ต้องฟุ้งเฟ้อ ไม่ต้องง่วนทำมาหากินงกๆ อยู่อย่างประหยัด พอมีพอกิน แล้วก็ยังได้สนุกกับการเล่นดนตรีทุกวันเสียยังจะดีกว่า ชีวิตพนักงานกินเิงินเดือนซังกะตายก่อนหน้านี้

อยู่อย่างร่ำรวยเงินทอง แต่ไร้ซึ่งความสุข ชีวิตมันจะมีความหมายอะไร? เป็นเศรษฐีแห่งความสุข ดีกว่าเป็นเศรษฐีเงินพันล้านนะครับ ผมว่า...

ท่านผู้อ่านล่ะครับ? คุณๆ ทั้งหลายอยากเป็นเศรษฐีแบบแรก หรือแบบหลังเอ่ย?

ก้าวย่างที่ 6: กำลังใจ

posted on 24 Jan 2008 19:07 by werehalf

ท่านผู้อ่านที่รักเจ้าขา

นอกจาก "ความหวัง" และ "ความฝัน" ที่เคยกล่าวไปแล้ว ดูเหมือนว่า กำลังใจ ก็ดูจะเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้สิ่งอื่นเลย
ไม่ว่าจะเป็นกำลังใจจากตัวคุณเอง หรือจะเป็นกำลังใจจากคนรอบข้าง ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งผลักดันให้เกิดไฟฝันทั้งสิ้น

ผมไปเอาแรงฮึดมาจากไหน?
ก็นับว่าผมเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกคนนึง ผมเป็นคนแรงใจไม่เคยตก เป็นจำพวกอัลคาไลน์ไฟหมดยาก กำลังใจเป็นเชื้อไฟเติมชีวิตไม่เคยมอดดับ

นอกจากนี้ ผมยังมีเพื่อนๆ รอบกายมากมายที่คอยให้กำลังใจผมอยู่เสมอ
- ขอบคุณพ่อจ๋าแม่จ๋าที่ไม่เคยห้ามปรามในสิ่งที่ผมรักเลย ท่านมักจะกล่าวกับผมเสมอ

ชีวิตของแกเอง ตัวแกก็เป็นคนกำกับ พ่อกับแม่ก็แค่ช่วยแกได้เลือกเดินเท่านั้นล่ะ ไอครั้นแกจะลำบาก มันก็เพราะแกเป็นคนเลือกทางนั้นเอง พ่อกับแม่ไม่ได้ไปลำบากกับแกซะหน่อย แล้วพ่อกับแม่จะไปห้ามแกทำไมล่ะ

- ขอบคุณนะ ไอพวกติงต๊องทั้งหลาย ผิงผิง ไอนัท อีซวง ไองิ้ม นังจูน

ก็มึงไม่ได้เดียวดายนี่หว่า อย่างน้อยถ้ามึงล่ม กูก็ล่มกะมึงด้วยนี่แหละ โทษฐานที่เดินทางมาทางเดียวกัน

ที่สำคัญ ขอบคุณคนที่ทำหัวบล๊อคให้(ข้อมูลของบุรุษ(?)ผู้นี้เป็นข้อมูลปกเปิด) ซึ่งถือเป็นแหล่งขุมกำลังใจขนาดใหญ่ของผมตอนนี้เลยก็ว่าได้

ลุงรู้ได้ยังไงว่าทำไม่ได้ รู้ได้ยังไงว่ามันจะไม่รุ่ง เคยลองแล้วรึยัง? ถ้ายังก็อย่ามาทำพูดดีเลยดีกว่า

ไม่ทดลองแล้วล่ะไอหนู เดินทางนี้แม่งเลย เพราะลุงมันก็หัวดื้อไม่แพ้กันล่ะวะ

ได้แต่มองข้างหลังเค้ามานาน เคยคิดเสมอว่า ไอผมรึจะพยายามได้ซักครึ่งนึงของเขารึปล่าวน้า... ตอนนี้ถึงเวลาที่ผมก็ต้องฮึดบ้างล่ะเนอะ

แล้วอีกซักสิบปี เวลาที่เราได้มองย้อนกลับมา มันจะเป็นช่วงเวลาที่งดงาม และจะตราตรึงอยู่ในความทรงจำไปตลอด

ณ ช่วงเวลานึง ที่ก้าวเล็กๆ ของความฝันได้ออกเดินทาง
ที่ที่ก้าวเล็กๆ นี้จะแม้จะล้มคะมำกับพื้นซักกี่ครั้ง ก็จะลุกขึ้นมาเดินต่อไปได้
เพราะยังมีสิ่งที่เรียกว่า กำลังใจ คอยประคับประคองอยู่เสมอนั่นเอง

ขอกำลังใจจงอยู่กับท่านเถิด ผู้อ่านที่รัก

ท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึง
 
สองสามวันก่อน ผมตัดสินใจ หาซื้อตำราด้านการดนตรีมาพยายามศึกษา ในระหว่างที่ยังไม่ได้ลงมือเล่นแบบเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากการฟังอย่างเดียวแล้ว วิธีก็ดูจะเป็นการใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ แล้วก็รู้สึกทำให้ได้เข้าใกล้ความฝันขึ้นอีกนิ๊ด
 
เริ่มแรกผมลองค้นหาหนังสือประกอบรายวิชาปริทรรศน์ดนตรีคลาสสิก (Introduction to Classical Music) ซึ่งเป็นรายวิชาศึกษาทั่วไปหมวดมนุษยศาสตร์ เพราะจำได้ว่าเคยอยากลงเรียนวิชานี้มาก แต่เด้งเพราะหมู่มวลนิสิตแก่งแย่งกันลงอย่างมหาศาล
ปรากฏว่า รายวิชานี้ไม่มีตำราขายครับ แต่มีซีร๊อกชีทให้นิสิต
 
ผมจึงได้ตัดสินใจซื้อ ทฤษฏีดนตรี (โดยอาจารย์ ณัชชา โสคติยานุรักษ์ สำหรับนิสิตดุริยางค์ศิลป์ตะวันตก คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ) ที่วางอยู่ถัดออกไปไม่ไกลจากที่ผมกำลังยืนเลือกหนังสือนัก
สำหรับนิสิตชั้นปี 1 เหมาะเลย!!! น่าจะอยู่ในระดับที่เราพอจะศึกษาได้
ผมเปิดอ่านสรรบัญคร่าวๆ ทันที เนื้อหาหนังสือโดยรวมจะพูดถึง การบันทึกโน้ต จังหวะ บันไดเสียง(?) ขั้นคู่(??) โมด(???) ทรัยแอด(????) คอร์ด(?????) บันไดเสียงเมเจอร์-ไมเนอร์(?????????????????????????????????)
เอาน่าๆ อ่านไป ค่อยทำความเข้าใจ น่าจะรู้เรื่องได้ไม่ยาก
 
สามวันผ่านไป... ความรู้ที่ได้จากการอ่าน = 0
สงสัยคงต้องวางแผนกันใหม่ ระหว่างนี้ผมคงทำได้แค่ศึกษาเอาอันที่พอทำความเข้าใจได้เองก่อน อย่างอื่นคงต้องปรึกษาผู้รู้เอาทีหลัง...
 
รู้งี้ ซื้อหนังสือประวัติการดนตรีตะวันตก ประวัติคลาสสิก สังคีตนิยม อะไรเทือกนี้มาอ่านไปก่อนดีก่า....
เส้นทางยังอีกยาวไกล สู้ต่อไปไอ้มดโมะ
 
รักจิงไม่อิงนิยายครับ ท่านผู้่อ่าน