เรียนท่านผู้อ่านที่รักและเคารพ

ก่อนจะเข้าสู่การฝึกฝนและการเรียนดนตรีอย่างเต็มรูปแบบ ผมกำหนดยุทธศาสตร์ได้เช่นนี้ครับ

แผนการขั้นที่ 1 จัดการและเตรียมเวลาสำหรับการฝึก
อย่างที่เคยกล่าวไว้ ผมได้ลาออกจากงานประจำไปเรียบร้อย ตอนนี้จับงานแปลข่าวที่บริษัทรับแปลแถวศาลาแดงแทนครับ ลักษณะงานที่ทำเป็นงานแบบพาร์ตไทม์ ประมาณ 4 ชั่วโมงต่อวัน สำหรับค่าแรงก็เรียกได้ว่าคุ้มค่าทีเดียว ถึงจะต้องเสียเวลาเดินทางมากอยู่บ้าง แต่ที่สำคัญอื่นใดคือ งานนี้ทำให้ผมมีเวลาอีกมากกว่าครึ่งวันอุทิศให้กับการฝึกฝนโดยเฉพาะ ซึ่งจุดนี้ถือว่าผมโชคดีอยู่พอสมควรทีเดียวที่สามารถหางานเลี้ยงตัวเองและหาค่าเรียนได้ พร้อมทั้งยังสามารถเจียดเวลามาฝึกซ้อมได้เสียด้วย
คร่าว ๆ แล้ว ผมจัดตารางเวลาชีวิตไว้แบบนี้

7:00 - 12:00 ช่วงเวลาทำงาน ความจริงแล้วอาจจะน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณงานของแต่ละวัน
12:00 - 14:00 เป็นเวลาเดินทางกลับบ้าน ใช้เวลามากเสียหน่อย เนื่องจากที่ทำงานกับที่พักผมไกลกันอยู่พอควร
14:00 - 20:00 เวลาซ้อม (อันนี้รวมเวลาพักแล้วก็เวลาโซ้ยไปแล้ว ซ้อมอย่างเดียวไม่กินอะไรเลยคงแย่)
20:00 - 22:00 เวลาพักผ่อนตามอัธยาศัย เล่นเน็ท อ่านหนังสือ บลาๆ จากนั้นจึงเข้านอน แล้วก็ตื่นรุ่งเช้าประมาณตี 5 เพื่อเตรียมตัวไปทำงานต่อ

หมายเหตุ ตารางข้างต้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และเหตุการณ์ (event) พิเศษในแต่ละวัน

แผนการขั้นที่ 2 หาอาวุธคู่กาย
จะเป็นเจ้ายุทธจักรได้ก็ต้องมีอาวุธประจำตัว ถือว่าโชคยังเข้าข้าง หลังจากที่ผมทุ่มเงินเก็บไปกับคอมส่วนตัว ตอนนี้ ผมก็ยังพอมีเงินเก็บสำหรับซื้อเครื่องดนตรีและส่งตัวเองเรีียนอยู่บ้าง ในครั้งแรก ผมเลือกจะเรียนฟลุต เพราะเคยเรียนมาอยู่บ้างตอนสมัยมัธยมต้น (ถึงตอนนี้จะจับยัดหม้อ ลงยันต์ ถ่วงน้ำไปแล้วก็เถอะ) แต่จากการสืบราคาแล้ว ฟลุตสำหรับผู้เริ่มต้น ตัวนึงราคาบานตะไทเลยทีเดียว (ตัวละ 15,000- 17,000 บาท) นอกจากนี้ยังมีอาจารย์ท่านหนึ่งแนะนำว่า ถ้าผมจะเอาดีเข้าวงออเคสตร้าแล้วล่ะก็ ฟลุตถือว่ายากทีเดียว เพราะวงหนึ่งรับไม่เกิน 4 คน ซึ่งก็คือ ผมต้องสู้กับเหล่าอสูรกายที่ฝึกมาตั้งแต่ 4 ขวบ (หรืออาจจะฝึกตั้งแต่อยู่ในท้อง ?!?!?) อาจารย์ท่านนี้จึงให้ผมไปลุ้นกับไวโอลินที่ชอบพอๆ กันจะดีกว่า
ขณะนี้ผมก็มีไวโอลินเหมือนกัน เป็นเครื่องที่ยืมมาจากเพื่อนน่ะครับ ตอนนี้เค้าเลิกเรียนเพราะจะไปเอาดีด้านการวาดรูป (ตกที่นั่งเดียวกับผม) แต่ดูจากสภาพแล้ว... ถ้าเปรียบกับกระบี่ก็คงทื่อเต็มที เพราะผ่านการใช้งานมาอย่างสมบุกสมบัน อาจารย์เค้าเลยแนะนำให้ซื้อใหม่จะดีกว่า ท่านก็ได้ให้ติดต่อร้าน Del Gesu ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นร้านที่เชื่อถือได้ทีเดียว ผมกะว่าเร็วๆ นี้จะลองโทรไปถามดูครับ กำลังรอว่าที่ทำงานเก่าเค้าจะให้โบนัสรึป่าว ถ้าได้ก็มีเฮล่ะครับ ต่อชีวิตได้อีกนานเชียว

แผนการขั้นที่ 3 หาสำนักขอฝากตัวเป็นศิษย์
พอคิดแผนนี้ได้ ผมก็วิ่งแจ้้นไปขอคำแนะนำจากผิงทันที โชคดีที่น้องชายของเธอเป็นแชมป์ไวโอลินรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ (อู้วววว) พอจะรู้จักบุคลากรฝีมือเจ๋งๆ ในการวงการอยู่บ้าง ผมลองถามที่เรียนที่ผมตั้งใจจะไปดู ซึ่งก็คือ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ หมาวิทยาลัยมหิดล เป็นโครงการสำหรับบุคคลภายนอก ในส่วนนี้ วิน(น้องของผิง) ได้แนะนำผมว่า ถ้าอยากเข้าวงจริงๆ จะเรียนกับอาจารย์ตาสีตาสาคงไม่เวิร์คแน่ ว่าแล้วก็แนะนำให้ผมได้รู้จักกับหัวหน้าวง Bangkok Symphony Orchestra (อ๊าาาาาา) เรียนกับหัวหน้าวงไปเลย น่าจะมีสิทธิ์ลุ้นกว่า แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เค้าจะยังรับศิษย์เพิ่มอยู่รึป่าว ก็คงต้องลองไปสอบถามกันดูอีกรอบ

อะไรๆ ที่ไม่คาดฝัน มักจะเกิดขึ้นได้เสมอ แผนการที่วางไว้นี่ อาจจะล่มไม่เป็นท่า อันนี้ก็สุดแท้แล้วแต่โชคชะตากำหนด แต่อย่างน้อย ก็แสดงว่า ผมยังอยากจะเอาจริงทางนี้อยู่ ไม่อย่างนั้น คงไม่เสียเวลามาวางแผนให้เมื่อยตุ้มหรอก จิงป่ะคับ ท่านผู้่อ่านที่รัก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โชคดีจริงๆแฮะopen-mounthed smile

#1 By 魔法のオオカミ on 2008-02-18 00:47

เปิดช่องได้ขนาดนี้ ก็ไปให้ถึงแล้วกันนา big smile
เริ่มก้าวสู่หนทางของตนเองทีละน้อยที่ละน้อยแล้วสินะdouble wink
พยายามเข้าหละ หึopen-mounthed smile

#3 By S.L. on 2008-02-18 00:51

สู้ๆ

#4 By Dark on 2008-02-19 17:59