1. ชื่อเล่นของคนตอบ (ไม่ต้องเอาชื่อจริงมานะ ไม่อยากรู้)
- อู๊ดดี้, อู๊ดจัง, อูด แล้วแต่จะเรียก


2. วันที่ กับ เดือนที่เกิด (พ.ศ. กับ ค.ศ. ไม่ต้องเอามา)
- 10 ธันวา  (ทำไมไม่ชื่อธรรมนูญวะ มีแต่คนสงสัย)


3. ส่วนสูง และน้ำหนัก
- เอาน่า มันก็แค่ตัวเลข...

 
4. สำหรับนักเรียน ชื่อโรงเรียน - ระดับชั้น
- ตายล่ะ พึ่งจบ ไม่บอกละกัน


5. สำหรับนักศึกษา ชื่อมหาวิทยาลัย - คณะ - ชั้นปี
- ตายล่ะ ยังไม่ได้เข้า หมาลัยเลย บอกไม่ได้ ขอโทษนะ 

6. สำหรับคนที่ทำงานแล้ว ชื่อบริษัท - ตำแหน่ง
- ตายล่ะ ยังไม่ได้ทำงานเล้ยยยยยยยย 

 
7. สำหรับคนว่างงาน ข้อนี้ฟรี ไม่ต้องตอบ
-
          


หมวดของที่ชอบ และไม่ชอบ



8. อาหารคาวสุดโปรดดด
- หมูทอดกระเทียม

 
9. อาหารหวานสุดยอด
- ข้าวเหนียวมะม่วง


10. ขนมสุดฮิตชอบกินแบบสุดกู่
- ช่วงนี้ติดทวีสตี้ทไวซ์มาก อร่อยดีนักแล

 
11. เครื่องดื่มที่โปรดปราน
- น้ำอ้อย


12. ผลไม้นี่แหละ ใช่เลย
- มะม่วง (สุกเท่านั้น)


13. ลิสต์ของกินที่คุณเกลียดมาซิ (ตอบได้มากกว่า 1 ไม่จำกัดประเภท)
- เครื่องในทุกชนิด เนื้อมีเยอะแยะ ไม่ยักกะกินกันเนอะ

 
14. สีที่ชอบ
- เขียว ฟ้า 

15. กิจกรรมยามว่าง
- อ่านตูน เล่นเกมส์

 
16. ของสะสม
- ไม่มีอะไรที่สะสมเป็นพิเศษ เยอะที่สุด เห็นจะเป็นรูปเคโมะล่ะมั้ง

 
17. เครื่องเล่นดนตรีที่ชอบเล่น
- ไวโอลิน (ที่เลิกเล่นไปแล้ว) 


18. แนวเพลงที่ชอบฟัง
- ได้หมด ยกเว้นพวกเฮวี่เมทัล ฟังแล้วปวดหูพิลึก


19. แนวภาพยนต์ที่ชอบดู
- แฟนตาซี สยองขวัญ (ดูคนเดียวไม่ได้อ่ะนะ)


20. หนังเรื่องนี้ ที่คุณดูแล้วประทับใจ
- เยอะแฮะ จำไม่ได้

21. หนังเรื่องนี้แหละ ที่ทำให้คุณร้องไห้
- ล่าสุดก็ Arashi no yoru ni 


22. นักร้องสตริง(ไทย)ในดวงใจ
- ไม่มีเป็นพิเศษ

 
23. นักร้องลูกทุ่งในดวงใจ
- ศิริพร อำไพพงษ์ 

 
24. นักร้องเอเซียในดวงใจ
- อูทาดะ ฮิคารุ


25. นักร้องอินเตอร์ในดวงใจ
- ชอบเยอะ ไม่มีที่ชอบมากเป็นพิเศษ


26. คนที่หล่อที่สุดในสายตาคุณ
- อืม... บอกไปคงไม่รู้จักหรอกมั้ง


27. คนที่สวยที่สุดในสายตาคุณ
- นิโคล คิดแมน

 
28. สัตว์ที่ชอบ
- เสือ สิงโต


29. สัตว์ที่ไม่ชอบ
- ลูกแมงทุกชนิด และลูกคน


30. ดอกไม้ที่ชอบ
- ไม่มีที่ชอบเป็นพิเศษ


31. ดอกไม้ที่ไม่ชอบ
- ดอกทอง


32. ฤดูที่ชอบ
- ฤดูหนาว เกลียดอากาศร้อน


33. ฤดูที่ไม่ชอบ
- ฤดูที่ฉันเหงา


34. สถานที่ที่อยากไปในเวลานี้
- ญี่ปุ่น ได้ข่าวว่ากำลังหนาว


35. ประเทศที่อยากไปมากที่สุด
- สวิสเซอร์แลนด์ อยากไปเดินตามรอย คณะเดินทางแห่งเอกธำมรงค์


   
หมวดเรื่องส่วนตัว



36. ปกติใส่อะไรเวลานอน
- อะไรก็ได้ที่ไม่หนา

 
37. ตื่นนอนเคยพับผ้าห่มรึเปล่า
- พับบ้างไม่พับบ้าง แล้วแต่อารมณ์


38. ปกติใช้นิ้วไหนแคะขี้มูก
- นิ้วตีน ถ้าทำได้น่ะนะ 

39. กินข้าวหน้าคอม กับที่โต๊ะอาหาร อันไหนบ่อยกว่ากัน
- ไม่เป็นที่อ่ะ 


40. ปกติโกน รึ ถอนขนรักแร้
- ไม่เคยอ่ะ ท่าทางจะเจ็บนะนั่น

 
41. เจาะหูกี่รู
- ไม่เคยเจอะ น่ากลัวตายห่า

 
42. มีรอยสักตรงไหนรึเปล่า
- ไม่มี


43. ใส่นาฬิกาข้อมือข้างไหน
- ปกติซ้าย แต่ไม่ได้ใส่มานานแล้ว


44. สไตล์การแต่งตัว
- สบาย ๆ ตามที่มีในตู้และยังไม่เหม็นเน่า


45. ชอบใส่รองเท้าอะไรเวลาออกจากบ้าน
- แตะเท่านั้น


46. เรื่องหน้าแตกที่สุดในชีวิต
- เยอะ เล่ากันสิบวันสิบคืนได้


47. เคยเล็บเท้าหลุดไหม?
- ไม่เคยยยยยย แต่ฟังก็ขนลุกแล้ว

  
48. ไส่แหวนนิ้วไหนเอ่ย?
- ไม่ใส่แหวนก่ะ


49. ส่วนไหนที่คุณชอบมากที่สุดในตัวคุณ
- ฟัน (เด็ก ๆ หมอชอบชมว่าฟันสวย)


50. แปรงฟันอย่างน้อยวันละกี่ครั้ง
- ประมาณ 1-2 ครั้ง แล้วแต่อารมณ์


51. ของรักของหวง
- ทรัพย์สินทุกชิ้น


52. เคยมีแฟนรึเปล่า?
- ... TT_TT ไม่อยากตอบ

 
53. แล้วตอนนี้เค้าไปไหนแล้วล่ะ
- กลับไปดูข้อ 52


54. ลักษณะของผู้ชายในสเป๊ก (กรณีผู้หญิงตอบ)
- (ไม่ใช่ผู้หญิงกูก็จะตอบ) รักเราสุดหัวใจ ไม่มึน และไม่งี่เง่า 

  55. ลักษณะของผู้หญิงในสเป๊ก (กรณีผู้ชายตอบ)
- อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ

 


หมวดของใช้



56. กลิ่นน้ำหอมที่ชอบ
- กลิ่นชาโค ยี่ห้ออะไรซักอย่างทำไม่ได้ รู้แต่แพงบรรลัย


57. ยี่ห้อแชมพู กับครีมนวดที่ใช้
- ตอนนี้ใช้คลีนิค เพราะเย็นดี

 
58. ชนิดหรือยี่ห้อของแปรงสีฟัน
- อะไรก็ได้


59. ยี่ห้อของยาสีฟัน
- จำไม่ได้แฮะ ขี้เกียจวิ่งเข้าไปดูในห้องน้ำ


60. ยี่ห้อโฟมล้างหน้า
- ตอนนี้ใช้พอร์นสีดำ


61. ยี่ห้อครีมทาหน้า
- มะมี


 62. ใช้โน๊ตบุค รึ PC
- PC
 
63. วอล์เปเปอร์หน้าจอเป็นรูปอะไร
-  ดำปิ๊ดปี๋


64. ยี่ห้อ-รุ่น-สี ของมือถือคุณ
- เป็นหนี้อีลิงสั้น จำรุ่นมะด้าย


65. หน้าจอมือถือเป็นรูปอะไร
- เจ๊เครียด ไลต์นิ่ง FFXIII


66. เสียงเรียกเข้าเป็นเพลงอะไร
- เสียงเพลงหอนไควเออร์ตอนเข้าเกม Dracula X (symphony of the night)


67. ยี่ห้อนาฬิกาข้อมือ
- ตอนนี้มะมี


68. ยี่ห้อกระเป๋าสตางค์
- จองเข้


69. ที่ห้อยมือถือเป็นรูปอะไร
- มะมี


70. ยี่ห้อรองเท้าที่คุณใส่ประจำ
- Adda ทนดีนะ จะบอกให้


หมวดเพ้อฝัน



71. ถ้าขอพรได้ 3 ข้อ จะขออะไร
- 1. อยากรวย 2. อยากมีแฟน 3. อยากมีความสุข


72. ถ้าสามารถทำศัลยกรรมได้เพียง 1 อย่าง คุณอยากจะทำอะไร
- ไม่ดีกว่า แบบนี้แหละดีแล้ว รักที่ใจ ใช่ร่างกาย


73. ถ้าเลือกได้ คุณจะเลือกให้ใครมาเป็นแฟนคุณ
-เพ้อเจ้อ อย่ารู้เลย


74. คนรวย กับ คนหล่อ-สวย คุณจะเลือก?
- อืม... คงเทน้ำหนักไปที่คนรวยอ่ะนะ แล้วค่อยทิ้งมัน (อ้าว?)

 
75. ถ้าให้คุณทำความเลวได้ 1 อย่างโดยไม่ติดคุก คุณจะ?
- ลักหลับคนที่ชอบข้างเดียว


76. ถ้าสามารถย้ายไปอยู่ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งได้ คุณจะไปอยู่ที่ไหน
- ตอนนี้ยังไม่มีที่ที่อยากไป 


77. ถ้าวันพรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงาน ไม่ต้องไปเรียน คุณจะใช้ 1 วันที่มีค่าของคุณทำอะไรบ้าง?
- แน่นอน ขอนอนเฉย ๆ ก็พอ


78. ถ้าเจอรางวัลเป็นตั๋วเครื่องบินไปกลับฮาวาย 2 ที่นั่งหล่นอยู่ คุณจะทำยังไงกับตั๋วนั่น?
- ก็ลองสืบดูก่อนล่ะนะว่าเป็นของใคร ถ้าไม่มีใครก็เก็บไว้เอง (ว่าแต่ฮาวายมันน่าเที่ยวหรอ?)


79. ถ้านักร้องที่คุณชอบมากๆ มาขอหลบแฟนคลับในบ้านคุณ คุณจะ?
- เก็บตังมัน


80. ถ้าตื่นมาแล้วกลายเป็นอีกเพศหนึ่ง สิ่งแรกที่คุณจะทำก็คือ?
- นอนต่อ กูคงฝันไป...       


หมวดนิสัยใจคอ



81. นิสัยส่วนตัวของคุณ
- ขี้น้อยใจ หงุดหงิดง่าย ขี้เหงา ปากเสีย

82. ส่วนที่ดีของนิสัยคุณ
- รักเดียวใจเดียวนะเออ

83. ส่วนที่แย่ของนิสัยคุณ
- กลับไปดูข้อ 81
 
84. นิสัยเสียที่แก้ไม่หายซักที
- ในขณะที่คนอื่นคิดแค่ดวงจันทร์ กูคิดไปถึงมาครอสแกแลคซี่แล้ว

85. เวลาทำสิ่งที่ยากไม่ได้ อารมณ์ของคุณจะเป็นประมาณไหน
- เฉย ๆ ก็เลิกทำไปซะ

86. เวลาที่มีคนนินทาให้คุณได้ยิน คุณจะ?
- ด่าแม่งเลย

87.ถ้ามีคนมาท้าคุณต่อยโดยที่คุณไม่ผิด คุณจะต่อยกับเขาไหม?
- ไม่เก่งเรื่องต่อยตีแฮะ แต่จะจัดการมันด้วยจิตวิทยา
 
88. ถ้ามีคนมากวนใจคุณล่ะ?
- อัญเชิญมันไปไกล ๆ

89. แล้วถ้ามีคนมาด่าคุณต่อหน้าคนอื่น โดยที่คุณไม่ได้เป็นอย่างที่เค้าว่าล่ะ?
- ด่ามันกลับตรงนั้นแหละ

90. ถ้ามีลูกสุนัขตัวเล็กๆ มากัดขาคุณ คุณจะ?
- ฟัดกะมัน

หมวดความรัก

91. ความรักในความหมายของคุณคือ?
- ยาเสพติดที่ใคร ๆ ก็อยากลอง

92. คุณเชื่อในรักแรกพบมั๊ย?
- เชื่อว่ะ

93. ถ้าคุณเจอคนที่คุณชอบมากๆ อยู่ตรงหน้า คุณจะทำยังไง?
- เอ่อ... อยากมากก็ได้แค่มองอยู่ห่าง ๆ

94. ถ้าคุณรักใครสักคน คุณจะบอกกับเขาไหม?
- บอกนะ แต่คงต้องอาศัยเวลา

95. วิธีการบอกความรักของคุณคือ?
- พูดตรง ๆ นี่แหละ

96. คุณเป็นคนเจ้าชู้รึเปล่า?
- ไม่แน่นอน

97. ชอบให้คนมาหึงไหม?
- ไม่รู้แฮะ ไม่เคยมีใครมาหึงซะที อยากลองเหมือนกัน

98. แล้วถ้าแฟนมาทำท่าหึงหรืองอนใส่คุณล่ะ?
- คุยกะเค้าดี ๆ

99. สถานที่ที่คุณอยากให้เขาพาไปเดท
- ที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีคน และไม่ร้อน

100. ความรักในมุมมองของคุณ
- เป็นกัญชาที่อยากลองจนไม่กลัวตำรวจจับ

 

 

น่าแปลก คนเรามักมองเรื่องของคนอื่นรอบได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

เราจะรู้ว่า ในสถานการณ์ของคนคนนี้ เป็นเราจะต้องทำอย่างไรบ้าง

แต่ทำไม เวลาตัวเองเจอปัญหา เราถึงมองอะไรไม่ออก ได้เหมือนกับที่เรามองตัวเองในกระจก 

 

นี่แหละหนอ... มนุษย์

ปล. เปิดเพลงนี้ให้ตัวเอง

[แถก] Back to High School

posted on 15 Feb 2010 19:59 by werehalf

อ๊ากกกกกก โดนแถกกกก สงสัยเป็นโทษฐานส่งเกมช้า กร๊ากกกกกก

จะส่งให้ในเร็ววันนะเคอะ ปัญหาอยู่ที่แว๊บไปส่งมะได้ซะทีง่ะ

มาเริ่มกันโล้ด

1.เรียนโรงเรียน(มัธยม) : 
 
ภูเก็ตวิทยาลัย (พึ่งจบมาไม่กี่ปี จำได้ ๆ)


2.เลขประจำตัวนักเรียนของคุณคือ :

... (ผิวปาก หนีคดี)

 

3.ตอนเรียนอยู่ห้องอะไร :

ม. 4/4 > 5/3 > 6/7
สมัยนั้นเป็นประเด็นใหญ่โตมาก 
ปกติห้องเลขน้อย คือห้องเด็กเก่ง (ข่อยมันกลาง ๆ)
โดนเตะมาอยู่ห้อง 7-8-9 กันหมด ผู้ปกครองโวยวายเป็นบร้าไปกันเลยทีเดียว
ช่วงนั้นโรงเรียนดันอุตริเอาห้องสายวิทย์-คณิตไปไว้ท้าย ๆ ซะงั้น


4.กีฬาสีอยู่สีไรกัน

... (ชมนกชมไม้)

 

5.คุณเป็นคนมาโรงเรียนสายหรือไม่

สมัยนั้นไม่เคยมาสายเลย ฟิตมาก (เพราะต้องมาลอกการบ้านแต่เช้า)

 

6.ตื่นไปโรงเรียนกี่โมง

ประมาณ หกโมงกว่า ๆ เห็นจะได้


7.ถ้ามาสายโรงเรียนของคุณมีบท ลงโทษคือ

ส่วนใหญ่ฟาดประจานหน้าเสาธงเลยนะเออ โหดมิ


8.กินอะไรเป็นอาหารเช้า

กินทุกอย่างที่กินได้ วันไหนไม่กินข้าวเช้านี่ ทำอะไรไม่ได้เลยทั้งวัน

 

9.อาจารย์ที่เราประทับใจมากที่สุด

อ. ประไพพรรณ (เขียนงี้ป่าววะเนี่ย) จำได้ว่า จารย์ท่านทำให้เราเข้ารู้สึกว่า ปะกิดนี่ช่างไฮโซวแรงสูงยิ่งนัก

และเป็นอาจารย์คนแรกที่ด่าเด็กว่า "Your father!!" (พ่อ*สิ)


10.วิชาที่ชอบเรียน

ภาษาอังกฤษ

 

11.วิชาที่ไม่ชอบเรียน

คณิตศาสตร์ - วิทย์ศาสตร์ (ยกเว้นชีวะ) - สังคมศาสตร์ - ภาษาไทย(เสริม)

ตายล่ะ We have many taste in common นะเนี่ย 5555+


12.ชอบกีฬาอะไรมากที่สุดเวลาเรียนพละ

แบตมินตัน ลีลาศ 

 

13.เวลามีคาบว่างคุณจะทำอะไร 

เม้าท์เท่านั้น


14.เรียนพิเศษรึป่าวและเรียนที่ไหน

ไม่เค๊ย ไม่เคย
สมัยเรียนม.ปลายนี่ไม่เคยเรียนพิเศษจิง ๆ นะ
ตอนนั้นมีความคิดประหลาด ๆ ว่า อยากเอาชนะพวกที่เรียนพิเศษ โดยที่กรูไม่ต้องเรียนพิเศษนี่แหละ
จะว่าไป เคยไปเรียนฟิสิกส์อยู่พักนึง (โดนบังคับ) แต่ไม่ชอบก็เลยไม่เรียนต่อ


15.เหตุผลที่คุณเรียนพิเศษ

ไม่มีอ่ะ แต่มีเหตุผลที่ไม่เรียนคือ ขี้เกียจตัวเป็นขน (พลังรุนแรงที่เล็กแต่น้อย)

 

16.ชื่อเพื่อนสนิทของคุณคือ (ขอคนเดียว)

อนุศักดิ์ แสงสม


17.บอกข้อดีของเพื่อนที่คุณสนิท มา 7 ข้อ

อืม...

1. เก่ง (ไปไหน ตอนนี้เป็นหมอ)

2. เป็นส้วมชั้นดีเวลาเก๊กซิม

3. เป็นเพื่อนคุยที่เจ๋งมาก เพราะมันยอมทิ้งคนไข้ได้เพราะจะเม้าท์ 5555+

4. ใจดีโครตอ่ะ ตอนตกยากก็ได้มันช่วยนี่แหละ ไม่งั้นตอนนั้นคงตายหองไปแระ

5. เป็นคนมีเหตุผลมีผลสูงมาก

6. อย่างน้อยมันก็ไม่เคยมาหน้ามึนใส่ แค่นี้ก็ถือเป็นเพื่อนชั้นดีแล้ว

7. กูรักเมิงว่ะ แต่กูรักแฟนเมิงมากกว่า กร๊ากกกกกกก (ล้อเล่ง)


18.เรื่องราวที่เด็ดๆ ในโรงเรียน

เยอะจนจำไม่ได้ แต่ไม่ใช่ว่าจำไม่ได้เพราะนานนะ อย่าลืมว่าพึ่งจบ ๆ

 

19.เรื่องราวที่ประทับใจที่สุด

รู้สึว่าใช้ชีวิตในม.ปลายไม่ค่อยจะคุ้มค่าเอาซะเลย

แต่ไม่เคยจะเสียดายเวลา เพราะได้เพื่อนดีที่มิตรภาพยืนยาวกว่าสิบปีแล้วเนี่ย

 

 

20.เรียนสายอะไร :

วิทย์-คณิต

 

21.ขอเหตุผลจากข้อ 20

  ติดเพื่อนอ่ะ ไม่คิดอะไรมากเลย

แถมมีแต่คนมองว่า สายศิลป์มันพวกเด็กเกรียนเด็กโข่ง จะเก่งต้องมีเรียนสายวิทย์

โดยฝังหัวแบบนั้นมาแต่เด็ก

ถ้าย้อนเวลาได้ อยากกลับไปเรียนศิลป์ภาษาชิหายเรย

 

 

22.ตอนเรียนใช้ JACOB หรือไม่ ถ้าใช้ติดอะไรไว้ที่กระเป๋า

นั่นเด่ะ อะไรคือ JACOB...

สมัยนั้นใช้แต่กระเป๋าที่โรงเรียนบังคับซื้อ ใบละไม่กี่ร้อย

ใส่หนังสือจนกระเป๋าเป่ง... หน้ากว่ากระสอบข้าวสารซะอีก


23.อยู่โรงเรียนเรียบร้อยมั๊ย

  เรียบร้อยค้อด ๆ ทั้ง ๆ ที่ในใจอยากเป็นเก (?) ชิหาย

 


24.วิชาที่ได้เกรดดีที่สุดคือ

ภาษาอังกฤษ

ไม่ได้วิชานี้ ชีวิตตกอับแน่

 

25.เอาล่ะ...ตอนนี้คุณอยากกลับไปเรียนมอปลายอีกหรือไม่

  อยากมาก ขี้เกียจทำงาน

 

26.หากกลับไปได้..คุณจะกลับไปทำอะไร

เรียนภาษาญี่ปุ่น กับ ฝรั่งเศส


27.ความประทับใจที่มีต่อเพื่อนร่วมห้อง

ไม่มีใครดีเว่อร์ ไม่มีใครเก่งเว่อร์

พวกเราเป็นเด็กห้องกลาง ๆ แต่เราก็รักกัน ช่วยกันติว

เรียกว่า กอดคอกันจบได้อย่างภาคภูมิใจ

 

ประทับใจพวกนักเลงประจำห้อง

พวกนี้ไม่เคยรังแกเพื่อนในห้องเลย (ยกเว้นพวกสวยติ่งเกินอัตรา 555)

ยังคอยปกป้องเพื่อนคนอื่นจากเด็กห้องอื่นที่มาพาลใส่ด้วยนะ

 

28.ก่อนจบเขียนเฟรนชิพ/เขียนเสื้อรึป่าว

เขียนโม้ด สุดท้าย เอาไปไว้ไหนแล้ววะ...

 

29.วันไหว้ครูปีนี้จะกลับไปโรงเรียนรึป่าว

  จะได้บินกลับไปภูเก็ตเพื่อไปไหว้ครูก็ไม่ไหวนะ

 

30.รักโรงเรียนคุณมากแค่ไหน

รักนะ รู้สึกชอบโรงเรียน ทุกอนุในสถานที่นี้มันเปี่ยมไปด้วยความทรงจำอะไรหลาย ๆ อย่าง
เคยผ่านหน้าโรงเรียน ก็อยากเดินเข้าไปจะแย่ แต่คงไม่มีโอกาส
(บอกแล้วไงว่าพึ่งจบ)

 

31.อยากจะบอกอะไรกับคนที่คุณจะแท็ก

คุณจะได้รู้ว่า การทำงานมันนรก

เพราะงั้น ซึบซับเวลาที่เรียนทั้งในมัธยม ทั้งมหาลัยไว้ให้ดีเชียว

ใครมีเฉียดมาอ่านทุกคน จงโดนแถก ณ บัดนาว 

 

32.ข้อสุดท้าย สมัยมัธยมคุณมีฉายาว่า

อาภัพ (ทั้ง Love ทั้ง Game)

 

...จบเหอะ...

 

เสียดายไม่ได้มาอัพตอน count down ไปเที่ยวเกาะพยามมา ไว้จะเอารูปมาอัพให้ดูทีหลังนะคร้าบ

เรื่องของเครื่องคือ ได้ฤกษ์ไปถอย PS3 แร้ว หลังจากที่พยายามรวบรวมข้อมูลสนับสนุนอยู่นาน เด็จฯพี่ก็อนุมัติงบเสียที (เอาจริงเอาจังมาก อย่างกะทำโครงงานเสนอขอทุนยังไงอย่างงั้น)  เกมแรกเปิดซิงเครื่องก็เลยไม่พ้นเกมแห่งตำนานอย่าง Final Fantasy XIII ที่พึ่งวางจำหน่างอย่างเป็นทางการที่ญี่ปุ่นไปเมื่อวันที่ 17/12/2009 มานี้เอง

Review นี้จึงเขียนขึ้นจากประสบการณ์เล่นตรงของผู้เขียนเอง ทุกอย่างอ้างอิงจากความคิดเห็นส่วนตัวทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น งดดราม่าใน entry นี้นะจ๊ะ หากพบเห็นจะลบทิ้งไม่ให้เสื่อมตาทันที

ก็คือ... สนุกมว๊ากกกกกกกกกกกก

จบ... << จะรีวิวทำไม

เท่าที่ผู้เขียนเล่นมา (ยังไม่กี่ชม.) ก็พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่เรียกได้ว่า พลิกกระดาน รูปแบบ RPG เก่า ๆ ของ Square-Enix (หรือ SquareSoft ในอดีต) เลยก็ว่าได้  และแน่นอน การเปลี่ยนแปลงย่อมนำพามาซึ่งดราม่าความเห็นที่ขัดแย้งกันทั้งที่เห็นดีเห็นงาม และสาปส่ง(?) เห็นว่ามีแฟนบอยบางคนถึงขนาดหักแผ่นที่มาพร้อมกับเครื่องรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นเลยทีเดียว

การเปลี่ยนแปลงที่ว่าพอจะแจกแจงจากที่ผู้เขียนได้เล่นมาดังนี้

1. ยกเลิกระบบ Level Gliding (การสู้เก็บเลเวล) คล้ายกับภาค X การคือใช้การเพิ่มสเตตัส ใกล้เคียงกับระบบ Sphere Board แต่ในภาคนี้จะใช้ชื่อว่า Crytallium แทน มีการเพิ่มอิสระในการสร้างตัวละครมากขึ้น การเพิ่มความเก่งกาจให้ตัวละครจะแบ่งสายตาม "บทบาท" ในการต่อสู้ 6 รูปแบบดังจะกล่าวต่อไป

2. เปลี่ยนการเผชิญกับศัตรู จาก Random Encounter เป็น แบบวิ่งเข้าใส่ตามใจฉัน คือผู้เล่นจะเห็นมอนสเตอร์จากแม๊ป จะตัดสินใจสู้หรือหนีนั้นขึ้นอยู่กับผู้เล่นเอง แน่นอนว่าคุณจะวิ่งวนเป็นหนูติดจั่นเพื่อเก็บเลเวลได้ลำบากขึ้นหรือต้องเดินไกลขึ้น นอกการการตัดสินใจว่าจะสู้หรือหนีแล้ว ผู้เล่นยังสามารถเข้าต่อสู้กับศัตรูจากด้านหลัง (Premitive Attack) เพื่อชิงความได้เปรียบอีกด้วย

3. การเดินเรื่องลักษณะเป็นเส้นตรง กล่าวคือเป็นการลดอิสระของผู้เล่นลง ดำเนินเรื่องตามกรอบที่ผู้สร้างเกมทำไว้ โดยมีการเลี้ยวเลาะออกไปจากเส้นหลักน้อยมาก  ผู้เล่นจะมีอิสระมากขึ้นในช่วงหลังของเกมไปแล้ว

4. เปลี่ยนจากระบบ Turn Base ในการต่อสู้เป็นแบบ (โครต) ATB ทำให้ผู้เส้นต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วเพื่อใส่คำสั่งให้ตัวละคร การเปลี่ยนแปลงนี้ยังส่งผลให้เกิดการเพิ่ม Dynamic ในขณะต่อสู้ด้วย คือ ตัวละครจะไม่ยืนอยู่กับที่แบบ Turn Base แต่จะมีการเคลื่อนไปมาถึงแม้ไม่ออกคำสั่ง และจะมีการย้ายตำแหน่งหลักจากเข้าโจมตี การย้ายตำแหน่งนี้เองส่งผลกับเวทมนต์หรือการโจมตีบางอย่างที่มีความกว้างของพื้นที่มาเกี่ยวข้องอีกด้วย (คล้ายกับภาค X-2)

5. ลดความสามารถในการควบคุมตัวละครลงจาก Turn Base ที่ควบคุมตัวละครได้ทั้ง 3 ตัว ให้เหลือเพียงการควบคุมตัวละคร Leader เท่านั้น ส่วนอีก 2 ตัวละครจะเป็นการควบคุมด้วย AI (คล้ายคลึงกับระบบ Gambit ของภาค XII) ตามบทบาทของ Optima ที่เราตั้งค่าไว้ดังจะกล่าวในข้อต่อไป

6. เพิ่มสถานะ "Break" มีผลให้ศัตรูมีพลังป้องกันลดลงอย่างมาก ค่าความเสียหายจากที่โจมตีสูงขึ้น คล้ายกับการถูกโจมตีแบบ Critical ตลอดระยะเวลาที่ติดสถานะ  ว่าแต่ ทำอย่างไรศัตรูจะติดสถานะนี้ได้ล่ะ?  ในขณะต่อสู้ ที่แถบ HP ของศัตรูจะมีเกจชี้ % อยู่ เรียกว่า Chain Guage  เมื่อเกจเต็ม ศัตรูก็จะติดสถานะ Break โดยจะขึ้นอยู่กับการโจมตีหลายประเภท การโจมตีธรรมดาจะทำให้เกจขึ้นน้อย แต่ลดลงช้า ในทางตรงกันข้าม การโจมตีด้วยเวทมนต์จะทำให้เกจเพิ่มขึ้นเร็วมาก จะก็จะลดลงเร็วด้วยเช่นกัน การที่จะทำให้ศัตรูติด Break ได้ จึงขึ้นอยู่กับลักษณะการโจมตีที่ออกแบบโดนผู้เล่นด้วย

7. เพิ่มระบบ Optima Change ในขณะต่อสู้ ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ได้อย่างอิสระ รูปแบบที่ว่านี้คือ "บทบาท" ของแต่ละคนนั่นเอง แบ่งแยกได้ 6 ประเภทคือ

Attacker : เน้นการโจมตีทางกายภาพและเวทย์มนต์ เป็นรูปแบบการมีพลังการจู่โจมสูงสุด

Blaster : เน้นการต่อ Chain และสกิลที่เพิ่มโอกาสให้ศัตรูติดสถานะ Break ที่กล่าวไปตามข้อ 6

Defender : เน้นการป้องกันเต็มรูปแบบ ตัวละครจะไม่โจมตีศัตรู แต่จะเน้นการ Reaction จากการโจมตีของศัตรูเป็นหลัก

Healer : เน้นการใช้เวทย์มนต์ด้านการฟื้นฟูและรักษาสถานะผิดปกติเป็นหลัก

Enhancer : เน้นการใช้เวทย์มนต์เพื่อเสริมสถานะผลบวกให้ตัวตัวละครฝ่ายเรา

Jammer : ตรงข้ามกับ Enhancer รูปแบบนี้จะเน้นการสร้างสถานะผิดปกติให้ฝ่ายศัตรู

จากบทบาททั้ง 6 รูปแบบนี้เอง ผู้เล่นจึงสามารถกำหนดบทบาทให้กับตัวละครทั้ง 3 (ในขณะต่อสู้) ได้มากมาย  1 บทบาทของตัวละครแต่ละตัวในขณะที่ต่อสู้ จึงเรียกว่า Optima 1 แบบ โดยจะมีชื่อแต่ละ Optima ที่แตกต่างกันด้วยนะ เช่น สไตรค์ชิลด์ (ATK ATK DEF) รัชแอสซัลท์ (ATK BLA DEF) ฟีนิกซ์ (HEA HEA DEF) เป็นต้น

ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ คำว่า Optima นั้นถูกแทนที่ด้วยคำว่า Paradigm (อ่านว่า พาราไดม์ หรือ พาราดิม) ซึ่งแปลว่า แนวความคิด หรือ กระบวนทัศน์ เลยกลายเป็นที่มาของชื่อ entry นี้นี่เอง : P

การผสมผสาน ATB แบบเรียลไทม์กับระบบ Optima Change นี้เอง ทำให้ผู้เล่น นอกจากจะใส่คำสั่งให้ตัวละครแล้ว ยังต้องคอยเปลี่ยน Optima เพื่อให้สอดคล้องกับการต่อสู้นั้น ๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้น คีย์สำคัญที่จะเอาชนะศัตรูได้จึงไม่ใช่อยู่ที่ความเหนือชั้นของค่าพลังของตัวละครอย่างเดียวอีกต่อไป หากแต่อยู่ที่ความสามารถของผู้เล่นเองที่จะปรับเปลี่ยน Optima ได้เหมาะสม ตัดสินใจอย่างรวดเร็วเด็ดขาด วางแผน และพยากรณ์ล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิผล

ต้องยอมรับว่า การจะเอาชนะมอนส์เตอร์ภาคนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย  ค่าพลังที่ค่อนข้างเหนือกว่าผู้เล่น ระบบ ATB ที่ไม่ให้ผู้เล่นได้หยุดคิดตรึกตรองเท่าไหร่ ผนวกกับการควบคุมตัวละครได้อย่างจำกัด ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่สร้างอุปสรรคในการต่อสู้พอสมควร อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยน Optima จึงกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปได้ เช่น ศัตรูที่โจมตีสูงแต่เชื่องช้า ควรใช้เลือก Optima ที่เน้นการจู่โจมผสมกับการต่อเชนเพื่อเพิ่มโอกาสการ Break ฆ่าศัตรูได้อย่างรวดเร็ว อาจจะมีรูปแบบการฟื้นฟูด้วยเพื่อป้องกันพลาดพลั้ง ในทางกลับกัน หากเน้น Optima สายป้องกันและเสริมพลัง แต่ไม่เพิ่มการรุกและจู่โจม ก็ยากที่จะเอาชนะศัตรูได้  

อุปสรรคนี้ไม่ใช่การกลั่นแกล้งผู้เล่นแต่อย่างใด หากแต่เป็นการเพิ่มความท้าทายในเล่นขึ้น ทั้งความสด ความรวดเร็ว Dynamic ความตื่นเต้นจากการต่อสู้ใกล้เคียงความเป็นจริง ทำให้เพิ่มความสนุกสนานและไม่น่าเบื่อหน่ายอย่างระบบเดิม ๆ

สรุปแล้ว ผู้เขียนให้คะแนน 8(+?)/10 เพราะว่ายังเล่นไม่ถึงไหนเลยครับ ยังไงอาจจะมีบวกคะแนนเพิ่มจาก 8 แน่นอน =w=b

 

ฝากข้อคิดจากการเล่นไว้ซักกะนิส (มันมีด้วยเร้อ?)

ชีวิตคนเรานั้นต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจตลอดเวลา (ATB) มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับชั่วโมงบินของแต่ละคน ผู้ที่ตัดสินใจอย่างเฉียบขาดและรวดเร็วเท่านั้นจึงจะเป็นผู้อยู่รอด  คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตจะละทิ้งรูปแบบเดิม ๆ ของชีวิต ปรับเปลี่ยนตัวเองอยู่เสมอ ขบคิดและแก้ไขนิสัยหรือการแสดงออกอย่างเหมาะสมตามกระแสหรือสถานการณ์หนึ่ง ๆ (Optima Change) เหมือนกับน้ำครึ่งแก้วที่สามารถเติมใส่หรือรินออกได้ตลอดเวลา คนที่นิ่งเฉย เอื่อยเฉื่อยไปวัน ๆ อยู่กับรูปแบบเดิม ๆ คิดว่าตนเองแน่แล้ว เก่งแล้ว ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จได้ทุกครั้งหรอกนะ

จิงมะ?

วันเกิด

posted on 14 Dec 2009 00:22 by werehalf

มัวแต่ดี้ด๊าจนลืมมาเขียนซะแล้ว นึกขึ้นได้ก็ผ่านมาแล้วตั้ง 3 วันแน่ะ

จะว่าไป ปีนี้เป็นปีที่ดีจริง ๆ นะ 

เศร้า เหงา ทุกข์ เซ็ง

จนกระทั่ง หยุดคิด ทบทวน ประมวล แล้วลงมือปฏิบัติ

สุดท้ายก็ คิดได้ แก้ไข ปรับปรุง enlighten มีความสุขมากขึ้นในที่สุด

 

ถึงจะยังไม่บรรลุอะไรหลาย ๆ อย่าง

คำว่า "ประสบความสำเร็จ" ก็ยังอยู่อีกไกลนัก

แต่ก้าวต่อไปนี้ ก็คงจะมั่งคงขึ้น หนักแน่นขึ้น

 

ขอบคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงดู เชื่อใจ และให้ความรักความอบอุ่นเสมอมา

ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่รักทุกคน หลายครั้งที่ทำตัวไม่ดีเอาซะเลย แต่ก็ยังได้รับความรักและความไว้ใจอยู่ตลอด

 

สุดท้าย ขอบคุณตัวฉันเอง ที่ยังมีความหวัง ที่ยังพยายาม ที่ยังกล้าเปลี่ยนแปลง ที่ยังสู้สุดใจมาจนถึงทุกวันนี้

 

^_^ วันเกิดปีนี้ พิเศษจริง ๆ นะ 

รักทุกคนนะคับ ขอบคุณสำหรับของขวัญทุกชิ้นที่ได้รับมาจ้า

อย่างน้อย

posted on 13 Nov 2009 21:39 by werehalf

 


ฟังวิทยุออนไลน์ ที่ izeemusic

 

 

อยากให้กดฟังเพลงก่อนอ่านนะ (เพราะผู้เขียนก็ได้เรื่องมาเขียนจากเพลงนี่แหละ จะได้เข้าใจอารมณ์ละกัน ออกแนวเผด็จการ) ฟังไม่ได้ ตามลิ้งค์นี้ไปนะจ๊ะ จิ้มโล้ด 

จะเรียกว่าอะไรดีนะ ต้อง "ปฐมลิขิต" สิเนี่ย ก็เล่นเขียนก่อนจะเริ่มอ่ะ

แต่ก่อนไม่เคยคิดจะชอบเพลงนี้เลยแฮะ อคติกับมันซะด้วยซ้ำไป แต่พอมาเป็น Bossa Nova แบบนี้แล้วก็เปลี่ยนใจ ได้ลองพินิจพิเคราะห์เนื้อหาเพลงแล้วก็โดนอยู่ไม่น้อยทีเดียว

อีกอย่าง ถ้าไม่อยู่ในสภาวะกรุ้มกริ่มนี่ เขียนไม่ออกนะเนี่ย อ่ะ เชิญยลได้ ณ บัดนี้

เรื่องมันมีอยู่ว่า ...

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ล้านคนก็ล้านนิยามความรักนะ บางคนก็ว่า รักเป็นของขวัญที่พระผู้สร้างประทานให้มวลมนุษย์

ในขณะที่หลายคนก็มองว่า รัก เป็นเครื่องบ่อนทำลายความสุข ก็มีถมไป

สำหรับฉันแล้ว ความรักคืออะไร? ความรักคือความสุขรึเปล่า? ฉันมองว่ามันเป็นแบบทดสอบอย่างหนึ่งซะมากกว่า 

แบบทดสอบที่มนุษย์ทุกผู้ทุกนายต้องผ่านกันมาแล้วทั้งนั้น ได้คะแนนมากน้อยต่างกัน บ้างพอใจ บ้างเฉย ๆ บ้างก็เสียใจทุรนทุรายกับผลสอบ


ในเส้นทางรัก อาจจะเหนื่อยบางครั้ง อาจจะเจ็บบางที ความสุขมันก็มีคลุกเคล้ากันไป

แต่ก็ยิ้มใ้ห้ักับมันได้เรื่อยมา... จริง ๆ นะ  จนทุกวันนี้ ก็ยังยิ้มได้อยู่

ไม่ใช่เพราะดีใจ ไม่ใช่เพราะเยาะเย้ย แต่ิยิ้มให้ เพราะครั้งนึง... ฉันก็ได้ลิ้มรส ซึบซับ และผิดหวังกับมันมาแล้ว

 

แต่ไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อย ฉันกล้าพูดกับใครต่อใครได้อย่างเต็มปากว่า 

ฉันเคยได้รัก และรักอย่างสุดหัวใจ 

จะบอกว่า รักที่ไม่หวังอะไรเลย ก็คงไม่ใช่นะ รักแล้วก็ปรารถนาจะได้รับความรักตอบ เป็นเรื่องสุดแสนจะธรรมดา

 

ก็รู้ ฉันไม่ใช่สำหรับเค้า แล้วเค้าเองก็ไม่ใช่สำหรับฉันเช่นกัน

แต่เพราะรัก ฉันดันทุรังให้ได้รับสิ่งตอบแทนนั้นกลับมาบ้าง ไม่มากก็น้อย เหมือนกับนักลงทุนผู้ไม่ย่อท้อ

 

สุดท้าย ฉันก็ได้เรียนรู้ ได้เข้าใจ

ความรักอาจจะไม่ใช่ความสุขซะทีเดียว

แต่วินาทีที่ได้รักใครอย่างสุดหัวใจ

ณ วินาทีนั้นแหละ คือความสุขที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ  

 

ความพยายามที่ทำเพื่อเค้าทั้งหมด ฉันขอหยุดเอาไว้ตรงนี้ดีกว่า

ฉันอยากจะเห็นรอยยิ้มของเค้านะ แต่ฉันก็อยากจะเช็ดน้ำตานี้ให้แห้งไปเสียที 

เพราะฉันเองก็รู้อยู่แก่ใจว่า ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน คงเป็นไปไม่ได้ที่เค้าจะตอบตกลง ไม่ว่าจะวันพรุ่งนี้หรือวันไหน

ต้องผิดหวัง และต้องเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า คงไม่ใช่นิยามของรักที่ฉันเฝ้าฝันถึงเสมอมา 

 

จะว่าไปแล้ว ความตั้งใจทั้งหมดที่มีมา ก็ไม่ได้สูญเปล่าซะทีเดียว

อย่างน้อยฉันก็เคยได้รัก ถึงแม้ฉันจะไม่เคยได้รับความรักนั้นตอบแทนเลยก็ตาม 

 

ได้เรียนรู้ ได้เข้าใจ

ความรักอาจจะไม่ใช่ความสุขซะทีเดียว

แต่วินาทีที่ได้รักใครอย่างสุดหัวใจ

ณ วินาทีนั้นแหละ คือความสุขที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ

 

 

คำอธิษฐาน

posted on 31 Oct 2009 13:38 by werehalf

 

 

 

 

 

 

 

 

ใส่ลงในกระทงกับดอกไม้ขาวสะอาด

ลอยในแม่น้ำ...

 

แล้วคนบนฟ้าเค้าจะรู้คำอธิษฐานของเราได้ยังไงวะ...

 

แต่ ลองมองไปที่ทะเลดูดิ

ยังมีสถานที่ไกลสุดลูกตาที่นึง

ที่ที่... ท้องทะเล และ ขอบฟ้า  มาบรรจบกัน

 

บางที กระทงของเราอาจจะลอยเท้งเต้ง

จาก แม่น้ำ ไปสู่ ท้องทะเล แล้วไปจรดที่ ท้องฟ้า ก็ได้นะ

 

ใครจะไปรู้

 

「勝ってない」

posted on 17 Sep 2009 19:56 by werehalf

 

 

 

...負けたよね...

 

...あたしの気持ち...

...あんたの心に...

...伝えられないから...

 

...そんな勝ってないでしょ?...

บ่อยครั้ง ที่จู่ ๆ ก็เกิดความคิดที่ว่า

"ฉันมาทำอะไรอยู่ที่นี่หนอ?"

นั่นสิ ทั้ง ๆ ที่เดินทางมาก็ไกลโขอยู่ 

ไกลมาก ไกลจนจำไม่ได้ว่าจุดเริ่มต้นของการเดินทางมันเริ่มจากตรงไหนกันนะ?

เพราะมารู้สึกตัวอีกที ฉันก็มายืนอยู่ตรงนี้ซะแล้ว

สงสัย ไม่มั่นคง ลังเล กังวล กลัว เปล่าเปลี่ยว กลุ้ม สับสน

เป็นความรู้สึกเหล่านี้ผสมปนเปกันไป

 

จุดที่ยืนนี่ มันอยู่ส่วนใหญ่ของแผนที่ความฝันกันหนอ? 

ฉันเดินทางมาได้สักครึ่งหนึ่งรึยังหนอ?

บางที ฉันอาจจะใกล้ถึงแล้วก็ได้นะ?

หรือไม่ ฉันอาจจะพึ่งออกจากจุดเริ่มต้นได้ไม่มานนักก็ได้นะ?

 

จุดที่ยืนอยู่นี่มันถูกทางแล้วแน่หรอ? 

ถ้าเดินทางต่อไปเรื่อย ๆ เราจะพบจะเจอกับอะไร? 

เราจะต้องล้มพับ หน้าฟาดกับพื้นอีกซักกี่ครั้ง? จะต้องบาดเจ็บและสูญเสียน้ำตาอีกซักกี่หยด?

หันหลังกลับตอนนี้ยังทันมั้ยนะ? แล้วแน่ใจได้ยังไงว่า กลับไปแล้วจะดีกว่าเดินต่อไปข้างหน้า?

 

เดินทางมานานนม ได้พบพานกับนักผจญภัยผู้ค้นหาความฝันมากมาย

สุดท้ายแล้ว มองไปรอบ ๆ ตัว ทำไมถึงไม่เจอใครเลยหนอ? 

หรือว่าทุกคนสนใจแต่จะขุดค้นหาความฝัน มากเสียจนไม่อาจจะเสียเวลามาสบตาฉันได้?

 

หลายครั้งก็ต้องหยุดเดิน ยืนนิ่ง และครุ่นคิด

ไปต่อ? หยุด? ถอยหลัง? ซ้าย? กลาง? ขวา? 

มีเส้นทางให้เราต้องเลือกต้องตัดสินใจอยู่ทุกวินาที 

เหนื่อยแล้ว อยากหยุดคิด ไม่อยากจะต้องตัดสินใจอะไรทั้งนั้น 

อยากจะหยุดยืนเฉย ๆ ไปเรื่อย ๆ 

ถึงอยู่ตรงนี้ อาจจะไม่เจออะไรเลย นอกจากฝุ่นและถนนอันว่างเปล่า

อาจจะไม่สุขสมที่ได้ค้นพบพานกับความฝันที่มุ่งหมาย 

แต่อย่างน้อย ก็ไม่ต้องมาระทมทุกข์ที่หาความฝันนั้นไม่เจอเหมือนกันนะ

 

แต่สุดท้าย ก็ต้องเดินต่อไปข้างหน้าอย่างเดียว

ไม่มีนักเดินทางคนไหนนั่งอยู่กับที่ได้นาน ๆ หรอก

เพราะมันเป็น "สัญชาติญาณ" แห่งการค้นหาที่ขับดันให้เราต้องก้าวเดินต่อไป

รู้ทั้งรู้ว่า เส้นทางอึมครึมข้างหน้า จะเต็มไปด้วยอุปสรรคมากขนาดไหน

 

จงเดินต่อไปข้างหน้าเถิด นักเดินทางเอ๋ย

เราขออวยพรให้ท่านทั้งหลายประสบพบ บรมสุข แห่งการค้นพบความฝันนั้นเถิด

อย่าลืมกลับมาแบ่งปันประสบการณ์การดี ๆ เหล่านั้นให้ ใหัอนุชนนักเดินทางรุ่นหลังได้ฟังด้วยล่ะ

อย่างน้อย การได้ฟังเรื่องราวเหล่านั้น ก็ก่อให้เกิดกำลังใจให้เดินต่อได้

 

ไม่มากก็น้อยแหละเนอะ...

 

อย่าตีตราว่าผู้เขียนคิดมากเลยครับ อยากจะคุกเข่าขอร้อง 

ในชีวิตผู้เขียนประสบกับหลายเหตุการณ์ หลายครั้งก็ต้องใช้ความอดทนอดกลั้นมากมายมหาศาลในการจัดการ

เศษเสี้ยวจากการต่อสู้นั้น ตกผลึกเป็นตะกอนความคิดในร่างกายของผู้เขียน

เราทุกคนอยากหาที่ระบายครับ

เพราะอย่างน้อย ถ้าเราหาที่ระบายดี ๆ ซักที่ในโลกนี้ไม่ได้

ผมอยากให้ที่ผืนน้อย ๆ นี้ เป็นที่ที่อนุญาติเต็มที่ ให้ผมสามารถระบายอะไรที่ตกค้างในใจออกไปซะบ้าง

 

เพราะฉะนั้น กราบขอร้องว่า "คิดมากไปได้" 

ถ้อยคำเหล่านี้รันแต่จะสร้างความเจ็บปวดให้ครับ

 

หากการต้องส่งสารให้ผู้เขียนรับทราบเป็นเรื่องยากลำบากนัก...

 

ขอเพียงแต่รับฟัง เพียงเท่านี้ ผู้เขียนก็สุขใจเกินพอแล้วครับ

 

[musica] ไม่รู้จริง ๆ

posted on 16 Jun 2009 23:28 by werehalf

 ไม่รู้จริง ๆ

ไม่รู้ว่าไม่รู้ ไม่รู้ว่าแกล้งไม่รู้ ไม่รู้ว่ารู้หรือไม่รู้

ไม่รู้จริง ๆ นะ...

 

 

 

มันจะดีแค่ไหน ถ้าฉันได้อ่านใจ
ว่าเธอคิดอะไรกับฉันบ้าง
เพราะว่าฉันอยากรู้ ว่าฉันนั้นยังพอมีหวัง
หรือไม่มีสิทธิจะคิดเลย

แค่เธอยิ้มทักทายกันธรรมดา
มันก็ทำให้ฉันเก็บมาฝันได้
แค่เธอพูดอะไรกับฉันนิดหน่อย
แต่เธอรู้มั้ย..ฉันคิดต่อไปมากมาย

บอกให้ฉันรู้สักครั้งจริง ๆ เมื่อไหร่ที่ใจเธอไม่คิดจริง ๆ เพราะว่าไม่รู้จริง ๆ ว่าทุก ๆ สิ่งฉันคิดไปเองบ้างไหม หากว่าเราเปนแค่เพื่อนจริง ๆ ถ้าหากว่าใจเธอไม่คิดอะไร คำตอบจะเป็นยังไงฉันพร้อมจะยอม..หักใจถ้าเธอไม่คิดรักฉันจิงๆ ..

เธอจะมองอย่างไร เธอจะคิดอะไร
ไม่รู้ตัวฉันทำไมเข้าข้างตัวเองทุกครั้ง
ถ้าเธอไม่มีใจ ได้โปรดเถอะเธออย่าให้ความหวัง
ให้ฉันคิดมากอย่างนี้เลย